วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อยากเก่งภาษาฝรั่งเศสมาทางนี้!

ปิดเทอมใหญ่นี้ขอเชิญชวนน้องๆอายุ 12-16 ปี ไปเรียนภาษาฝรั่งเศส ณ สถาบัน Institute de Touraine เมืองตูร์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงมากว่า 100 ปี คณะอาจารย์มีคุณภาพและมีประสบการณ์การสอนมาอย่างยาวนาน
นอกจากจะได้เรียนรู้และฝึกใช้ภาษในภาษาดินแดนเจ้าของภาษาแล้วยังได้เข้าร่วมทำกิจกรรมสนุกๆ อาทิ ฝึกทำมาการอง ขนมชื่อดังของฝรั่งเศส เยี่ยมชมปราสาทลุ่มแม่น้ำลัวร์ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกอีกด้วย
มีพี่ๆซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการเดินทาง มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ดีคอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ
น้องๆที่สนใจเข้าร่วมโครงการไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสมาก่อน สามารถมาเริ่มต้นพร้อมๆกันได้
ระยะเวลาโครงการ 1 เดือน 
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ summerabroad@hotmail.com หรือ โทร. 083-6868831
Facebook : https://www.facebook.com/franceforsummer
สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน รับจำนวนจำกัดนะจ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน

ประเทศไทยของเรานั้นใกล้จะเป็นส่วนหนึ่งของ AEC (Asean Economic Community) หรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เข้าไปทุกทีแล้ว จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีธงชาติของประเทศเพื่อนบ้านโบกสะบัดอยู่ตามโรงเรียนเกือบทุกที่ในบ้านเราค่ะ เพราะฉะนั้นขอเกาะกระแสสักหน่อย มารู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของอาเซียนเราบ้างว่ามีที่ไหนบ้าง ?

10. ฮอยอัน (Hoi An) : เวียดนาม
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
Romas_Photo / Shutterstock.com
 
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
Hoang Cong Thanh / Shutterstock.com
 
ฮอยอัน...ฉันรักเธอ !! เมืองมรดกโลกเล็กๆ ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกว๋างนาม ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทีเดียว ทุกวันนี้ ฮอยอันยังคงเป็นเมืองขนาดเล็กเช่นเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมากค่ะ  สิ่งที่น่าสนใจของฮอยอันก็คือผลงานทางศิลปะ และหัตถกรรม คนชอบสะสมของเก่าสามารถหาชมของโบราณได้อย่างหลากหลายอีกด้วยค่ะ 

9. เกาะกีลี (Gili Islands) : อินโดนีเซีย
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
เกาะกีลี เป็นแหล่งพักผ่อนอีกแห่งของอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวนิยมมา โดยมีหมู่เกาะขนาดเล็กอีก 3 เกาะ คือเกาะทราวานกัน เกาะกีลี เมโน และเกาะกีลี แอร์ ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย เอนตัวลงนอนพักผ่อนริมหาดทรายขาวนวล และเพลิดเพลินไปกับคาเฟ่ริมหาดที่เล่นดนตรีเร็กเก้ โดยที่ไม่มีเสียงรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์มารบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขแน่นอนเพราะที่นี่ไม่มีมีรถ ใช้เดินเท้า จะมีก็เพียงเกวียนหรือรถคาร์ท เท่านั้น คุณมาที่นี่ก็เพื่อพักผ่อนที่ชายหาด ว่ายน้ำกับเจ้าฉลาม หรือชมเจ้าปลากระเบน 

8. วังเวียง (Vang Vieng) : ลาว 
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
วังเวียง หรือ “กุ้ยหลินเมืองลาว” เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำซอง ไร่นาแบบขั้นบันได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างจะหลงไหลแวะเวียนกันมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ไฮไลท์ของที่นี่คือการล่องลอยไปบนห่วงยางจากต้นน้ำซองลงไปที่เมืองวังเวียง ในระหว่างทางสามารถขึ้นพักที่ร้านอาหารข้างแม่น้ำ ดื่มเหล้าแบบฉบับของลาว และโหนเชือกลงในแม่น้ำซองจนกระทั่งเย็น 

7. ฮาลองเบย์ (Ha Long Bay) : เวียดนาม
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
Hoang Cong Thanh / Shutterstock.com

10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
ฮาลองเบย์ มหัศจรรย์แห่งอ่าวมังกรตกน้ำ ตามนิทานปรัมปราของชาวเวียดนาม ที่กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ และชื่อของฮาลอง ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง จากความสวยงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง ทำให้ที่นี่ประกาศได้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2537 เสน่ห์ของที่นี่คือ เกาะหินปูนเกือบ 2,000 เกาะ ซึ่งมีถ้ำมากมายรอให้เราไปชม แถมที่นี่ยังมีอ่าวที่ เหมาะแก่การพายเรือคายัคด้วย

6. เกาะปาลาวัน (Palawan) : Philippines
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
เกาะปาลาวัน คือเพชรเม็ดงามของเอเชียอาคเนย์ที่ซ่อนตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลิปปินส์ เป็นที่ๆ คุณจะไม่พบพวกแบ็คแพ็คเกอร์เกิน 50 คนในแต่ละที่ และชาวพื้นเมืองเป็นมิตรที่ดีมาก เกาะเล็กๆ นี้เต็มไปด้วยหมู่บ้านชาวประมงที่ดูแปลกตา สัตว์ป่านานาพันธุ์ และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

5. ขับมอเตอร์ไบท์รอบเวียดนาม : เวียดนาม
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
มอร์เตอร์ไบท์ทัวร์รอบเวียตนาม คุณสามารถขับขี่รถมอร์เตอร์ไบท์ของคุณเอง หรือจ้างคนขับให้เพื่อท่องไปในชนบทของเวียดนามที่ผู้คนไม่ค่อยไปกัน ซึ่งนี่คือไฮไลท์ของทริป คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามในระหว่างทางไปดัลลัต

4. Full moon party เกาะพงัน (Koh Pangan) : ไทย
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
OlegD / Shutterstock.com

10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
OlegD / Shutterstock.com

ฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพงัน ประเทศไทย ที่เล่ากันว่าที่นี่มีนักท่องเที่ยวเริ่มกิจกรรมกันเพียงไม่กี่คน แต่ ณ เวลานี้มีคนเข้าร่วมมากมายกว่า 10,000 คนต่อเดือนแล้ว…. ปาร์ตี้ที่เป็นทั้งความสนุกสนาน และพิธีกรรมของนักเดินทางที่ผ่านเข้ามาในเมืองไทย ที่เกาะพะงันคุณจะได้พบกับผู้คนมากมาย สนุกสนานด้วยกันได้จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันใหม่

3. นครวัด (Angkor Wat) : กัมพูชา
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
ปราสาทนครวัด เป็นปราสาทที่สวยงามจนได้เป็นมรดกโลก และได้จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 บูชาวิษณุเทพ เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวมากมายมักไปที่นั่นเมื่อมาถึงเอเชียอาคเนย์

2. เมือง Bukit Lawang เกาะสุมาตรา : อินโดนีเซีย
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
เมืองเล็กในป่าอันกว้างใหญ่ที่อยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตรา ถ้าคุณเดินทางไปกับผู้นำทางที่เก่ง ที่นั่นคุณจะพบลิงอุรังอุตังมากมาย เขาว่าเพียงแค่  4 ชั่วโมงที่ออกไปก็ได้เจอกับ อุลังอุตังถึง 8 ตัว และ 6 ใน 8 เป็นลูกของมันด้วยล่ะ

1. เมือง Donsol : ฟิลิปปินส์ 
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน
Donsol ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะ Luzon ประเทศฟิลิปปินส์ ความมหัศจรรย์ของที่นี่คือ การที่คุณสามารถพบฉลามวาฬที่ได้ชื่อว่าเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากตรงนี้เองคุณๆสามารถออกไปว่ายน้ำเล่นกับเจ้าฉลามวาฬนี้ได้ ซึ่งมันคงไม่ทำอะไรคุณเพราะสิ่งที่มันหากินอยู่นั้นก็คือพังตอน ฉลามวาฬจะว่ายน้ำค่อยข้างช้าอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ เพียงแค่คุณแค่สวมใส่สน๊อกเกิ้ลคุณก็สามมารมองเห็นมันได้ชัดเจนแล้ว

อุทยานราชภักดิ์ พระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์

ประเทศไทย มีอนุสาวรีย์พระมหากษัตริย์อยู่มากมายหลายแห่ง แต่ยังไม่มีที่ไหนที่สร้างไว้หลายพระองค์ในที่เดียว วันนี้ สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ณ พื้นที่ของกองทัพบก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  จะพาท่านไปรู้จักกับ อุทยานราชภักดิ์ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์แห่งสยาม

อุทยานราชภักดิ์ พระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์

อุทยานราชภักดิ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองทัพบกจัดสร้าง “พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม” พร้อมจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ โดยพระราชทานชื่อให้ว่า “อุทยานราชภักดิ์” ซึ่งเป็นอุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ได้แก่
1. พ่อขุนรามคำแหง (สมัยกรุงสุโขทัย)
2. สมเด็จพระนเรศวร (สมัยกรุงศรีอยุธยา)
3. สมเด็จพระนารายณ์ (สมัยกรุงศรีอยุธยา)
4. สมเด็จพระเจ้าตากสิน (สมัยกรุงธนบุรี)
5. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)
6. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)
7. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)
ซึ่งทุกพระองค์ล้วนทรงสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ
พระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์

พระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์
กองทัพบก ได้ดำเนินการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ภายในพื้นที่ของกองทัพบก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้พื้นที่ก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 222 ไร่เศษ ซึ่งองค์ประกอบภาพรวมของอุทยานราชภักดิ์ จะมีโครงสร้างหลักที่สำคัญ จำนวน 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 : พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ แห่งสยาม จำนวน 7 พระองค์
ส่วนที่ 2 : ลานอเนกประสงค์ มีเนื้อที่ประมาณ 71 ไร่ ใช้สำหรับกระทำพิธีที่สำคัญของกองทัพ และรับรองบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ
ส่วนที่ 3 : อาคารพิพิธภัณฑ์ หรือห้องจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ โดยการค้นคว้า รวบรวม และจัดทำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่สำคัญของบูรพกษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจะดำเนินการจัดสร้างบริเวณด้านล่างของฐานพระบรมราชานุสาวรีย์
พื้นที่ส่วนที่เหลือจำนวน 126 ไร่ จะเป็นสภาพภูมิทัศน์โดยรอบ และการจัดสร้างระบบสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวก
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์


พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์

เบลเยี่ยมวาฟเฟิล


กรอบนอก นุ่มใน สไตล์ เบลเยี่ยมวาฟเฟิล
         ช่วงนี้ไม่ว่าจะเข้าออกร้านเบเกอรี่ที่ไหน เป็นต้องเห็นขนม “วาฟเฟิล” ขึ้นแท่นเป็นเมนูขายดีแทบทุกร้าน H&C ฉบับนี้ไม่ยอมตกเทรนด์เช่นกัน หลังจากทดลองจนได้สูตรเด็ดของ “เบลเยี่ยมวาฟเฟิล”แล้ว ต้องรีบนำเสนอก่อนจะเอาท์เสียก่อน

         สำหรับวาฟเฟิลแบบเบลเยี่ยม สูตรนี้พิเศษที่ผิวนอกกรอบหอม แป้งในนุ่มหยุ่นคล้ายขนมปังเนยสด หอมหวานน้ำผึ้งกำลังดี รับรองว่า วาฟเฟิลสูตรนี้อร่อยไม่แพ้ร้านไหนๆ แน่นอน
 
ส่วนผสม (16 ที่) Belgium waffle เวลาเตรียม 60 นาที เวลาปรุง 30 นาที
  • แป้งสาลีสำหรับทำขนมปัง  1 ถ้วย
  • แป้งสาลีสำหรับทำเค้ก  1 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายขาว   3 ช้อนโต๊ะ
  • ยีสต์ผง  1 ช้อนโต๊ะพูน
  • นมผง  2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นเล็กน้อย    
  • ไข่ไก่  2 ฟอง
  • นมสดชนิดจืดอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  2 ช้อนโต๊ะ    
  • น้ำผึ้งอย่างดี  2 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลา  1 ช้อนชา
  • เนยสดชนิดจืด   3/4 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี  2 ช้อนโต๊ะ
  • ช็อกโกแลตชิป   2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ใส่แป้งสาลีทั้งสองชนิด น้ำตาลทราย ยีสต์และนมผง ลงในอ่างผสม พักไว้
  2. ผสมเกลือป่น ไข่ไก่ นมสด โยเกิร์ต น้ำผึ้งและวานิลาให้เข้ากัน แล้วเทใส่ส่วนผสมแป้ง นวดให้เข้ากันนานประมาณ 5 นาที
  3. ใส่เนยแล้วนวดต่ออีกประมาณ 5นาที จนก้อนโดเหนียวนุ่ม จากนั้นพักโดไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่านาน 20 นาที
  4. นำโดที่พักได้ที่แล้ว มานวดไล่อากาศและเติมน้ำตาลทรายไม่ฟอกสีและช็อกโกแลตชิป นวดให้เข้ากัน แล้วแบ่งโดเป็นก้อนๆละ 40 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลมพักไว้ให้ขึ้นอีก 30 นาที
  5. เปิดเครื่องทำวาฟเฟิลไว้ให้ร้อน ทาเนยบางๆ วางก้อนโดที่ขึ้นดีแล้วลงตรงกลาง ปิดฝา อบประมาณ 1–2 นาที (แล้วแต่รุ่นและความร้อนของเครื่องทำวาฟเฟิล) เสิร์ฟร้อนๆกับผลไม้และวานิลาซอส
ส่วนผสมวานิลาซอส
  • ไข่แดง  2 ฟอง
  • นมสดชนิดจืด  1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย  3 ช้อนโต๊ะ
  • เนยสดชนิดจืด  1 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลา  2 ช้อนชา
วิธีทำ

   ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในหม้อ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันดี นำไปตั้งไฟอ่อนๆ หมั่นคนจนกระทั่งซอสเดือดและข้นขึ้น ปิดไฟและพักไว้ให้เย็น


เยือนบรัสเซล

เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่1 เยือนกรุงบรัสเซล แดนสวรรค์ของผู้หลงใหลช็อกโกแลต ไม่ว่าจะเดินไปไหนต้องเจอะกับช็อกโกแลตหน้าตาชวนน้ำลายย้อย
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต เยือน บรัสเซล
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
หากเอ่ยถึงประเทศเบลเยียม คงเป็นแดนสวรรค์แห่งผู้ที่หลงใหลช็อกโกแลตเป็นอย่างมาก เพราะทั้งประเทศไม่ว่าจะเดินไปตามตรอกซอกซอยไหน เป็นอันต้องเจอะกับร้านขายช็อกโกแลตที่หน้าตาสวยงามชวนน้ำลายย้อย เนื่องจากประเทศเบลเยียมนั้นเลื่องชื่อในด้านของการผลิตช็อกโกแลตรสเลิศ แถมรูปลักษณ์นั้นสุดแสนจะน่าหม่ำ
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
ประเทศเบลเยียม หรือ ราชอาณาจักรเบลเยียม ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ มีกรุงบรัสเซลส์เป็นเมืองหลวง เบลเยียมมีอาณาเขตติดกับประเทศ เนเธอร์แลนด์ เยอรมันนี ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านภาษาเป็นอย่างมาก ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาดัตช์ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ซึ่งจะมีการแบ่งเขตของการใช้ภาษาอย่างชัดเจนเช่น ภาษาดัตช์จะใช้กันทั่วไปทางตอนเหนือ ภาษาฝรั่งเศสจะใช้กันทางตอนใต้ และภาษาเยอรมันใช้กันทางตะวันออก
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
ส่วนภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการนั้นใช้ได้ทั้งสองภาษา คือ ดัตช์ และฝรั่งเศส สถานที่ท่องเที่ยวในเบลเยียมนั้นมีมากมาย อีกทั้งยังเป็นแดนแห่งศิลปินที่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจไม่ น้อยหน้าชาติใดในยุโรปอีกด้วย
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
Brussels หรือ Bruxelle (กรุงบรัสเซล) เป็นเมืองหลวงของประเทศเบลเยียมที่มีขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี อีกทั้งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการที่มีความสำคัญของสหภาพยุโรป อย่างเช่น สำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรป (EU) และองค์การ Nato ซึ่งในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งใหลไปเยือนเมืองหลวงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
อาคารบ้านเรือนดูสวยเรียบร้อยเป็นระเบียบ เหมือนมีการจัดการวางแผนไว้ก่อนการปลูกสร้าง ศูนย์กลางของเมืองที่มีความคึกคักเห็นจะอยู่ที่ จัตุรัสกรองค์ปลาซ
Grand Palace หรือ Grong Plas (แกรนด์ พาเลส หรือ ออกสำเนียงตามชาวเบลเยียมว่า “กรองค์ปลาซ”) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงบรัสเซล ที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเยือน
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล

เสเน่ห์ของจัตุรัสแห่งนี้ อยู่ที่ตึกโบราณสไตล์ผสมระหว่างบาร็อกกอธิค และนิโอกอธิค โอบกอดลานกว้างแห่งนี้ไว้ทั้งสี่ด้าน ความงามของสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีความวิจิตรอ่อนช้อยในทุกรายละเอียด ทำให้ทึ่งจนเกือบหยุดหายใจ พลันคิดไปว่า โอ้แม่เจ้า… สถาปนิกในสมัยโบราณนี่ช่างเป็นอัจฉริยะบุคคล ควรค่าแก่การยกย่องจริงๆ แล้วศรรักก็ปักทะลุกลางอกในทันที
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
เค้าว่ากันว่า หากมา กรุงบรัสเซล แล้วสิ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ ไปดูเด็กยืนฉี่ ไอ้เราก็เอ๊ะ…เด็กจะฉี่ก็ช่างเด็ก ทำไมต้องไปดูด้วย แต่…เอาก็เอา มาแล้วนี่ เดี๋ยวจะตอบเค้าไม่ถูกว่าฉี่ท่าไหน เลยเดินไปดูกับเค้าบ้าง อืม…น้ำพุนี่นา
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
Manneken Pis (แมนเนคิน พิส) คือ น้ำพุเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมตึกร้านขายช็อกโกแลต มีรูปปั้นทองแดงของเด็กผู้ชายกำลังยืนฉี่ พ่นเป็นสายน้ำพุออกมา หน้าตาสบายอกสบายใจ ตำนานมีอยู่ว่า เมื่อครั้งที่กรุงบรัสเซลยังตกอยู่ในการทำสงคราม และถูกฝ่ายตรงข้ามแอบนำระเบิดมาวางไว้ที่กำแพงเมือง เพื่อการโจมตี แต่มีเด็กน้อยนามว่า จูเลียนสกี (Julianske) ไปพบสายชนวนระเบิดที่กำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดซะเลย ทำให้สามารถป้องกันเมืองบรัสเซลทั้งเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงแกะสลักรูปปั้นไว้ เพื่อเป็นตัวแทนในการยกย่องและระลึกถึงความกล้าหาญ
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
ประติมากรรมชิ้นแรกเริ่มนั้น แกะสลักจากหิน ในศตวรรษที่ 14 แต่ได้ถูกขโมยไปหลายครั้ง จึงทำการสร้างใหม่ ในปัจจุบันหล่อโดยช่างหล่อชาวฝรั่งเศส นามว่า เจอโรม ดูเกสนอย และ นำมาติดตั้งประมาณปี ค.ศ.1618 ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ของประเทศเบลเยียมเลยทีเดียว อืม…แปลกดีแฮะ แต่ก็น่ารักดี
ยืนดูเจ้าหนูน้อยจูเลียนสกีจนหนำใจแล้วต้องรีบเคลื่อนทับก่อนที่จะเริ่ม รู้สึกปวดตาม มุ่งหน้าสู่อีกสถานที่หนึ่งที่เปรียบเสมือนเป็นแลนมาร์กของกรุงบรัสเซล
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล

Atomium (อะโตเมียม) สถาปัตยกรรมลูกเหล็กทรงกลม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปโครงสร้างอะตอมที่ขยายขนาดใหญ่หลายล้านเท่า ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นหอแสดงนิทรรศการงาน Expo ในปีค.ศ. 1958 มีความสูงราว 108 เมตร ประกอบด้วยลูกบอลเหล็ก 9 ลูก น้ำหนัก 2,400 ตัน โดยเชื่อมต่อลูกเหล็กแต่ละลูกด้วยท่อเหล็กขนาดใหญ่ ลูกบอลแต่ละลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตร ภายในทางเดินเป็นบันไดเลื่อนที่มีความทันสมัย มีจุดชมวิว ห้องอาหาร และห้องแสดงงานศิลปะหมุนเวียน
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล
อะโตเมียม เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายในเชิงคุณค่าของการก้าวกระโดด สู่ยุคเทคโนโลยีใหม่หลังสงครามโลกของประเทศเบลเยียม รัฐบาลได้บูรณะใหม่ทั้งภายนอก และภายในเมื่อปีค.ศ. 2003 นี่เอง และได้มีงานฉลองอายุครบ 50 ปี ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
หลังจากตะลอนทัวร์จนฉ่ำปอดที่ กรุงบรัสเซล ขอพักเอาแรงสักงีบก่อนเดินทางต่อ เมืองบรูจจ์ จะสวยงามแค่ไหน แล้วเราจะตกหลุมรักอีกหรือไม่ ต้องตามต่อกันในตอนที่สอง…
เบลเยียม สวรรค์แห่งช็อกโกแลต ตอนที่ 1 เยือน บรัสเซล