วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เฉลยหลักการใช้ Present Participle (v-ing)ที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
Present participle คืออะไรและทำหน้าที่อะไร?
    Present participle ก็คือ คำกริยา + ing หรือ v-ing เช่น being; having; doing; going; coming; playing เป็นต้น โดยจะทำหน้าที่ 2 ประการคือ 1) เป็น predicative adjunct 2) เป็น adjective

    Present participle หรือ v-ing นี้ มักแฝงนัยของการ ‘กำลังเกิดขึ้น’ อยู่เสมอ ไม่ว่า
v-ing จะทำหน้าที่อะไร

    และไม่ว่า tense ที่เราใช้จะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต v-ing ที่เราใช้ก็จะแสดง
ว่า ‘กำลังเกิดขึ้น’ ทั้งสิ้น นั่นคือ กำลังเกิดขึ้นในอดีต หรือกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือกำลัง
เกิดขึ้นในอนาคต ตาม tense ที่เราใช้นั่นเอง
ประเภทของ present participle
    Present participle แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

    1. Present participle แบบสำเร็จรูป
    2. Present participle แบบสร้างเอง
Present Participle แบบสำเร็จรูป
    Present participle (v-ing) แบบสำเร็จรูปก็คือ present participle ที่นักภาษา
ศาสตร์กำหนดขึ้นมาเป็นแบบสำเร็จรูป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ได้ทันที
    Present participle (v-ing) แบบสำเร็จรูปแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
    1. คำกริยา vi + v-ing
    2. คำกริยา vt + object + v-ing
1. คำกริยา vi + v-ing

    คำกริยา vi + v-ing ก็คือคำกริยา vi แสดงกิริยาอาการต่างๆที่ได้รับการกำหนดมา
ให้ใช้คู่กับ v-ing ดังต่อไปนี้


    –come doing sth = มาพร้อมกับทำบางสิ่งไปด้วย
        –Our kids came running to us.
          ลูกๆวิ่งมาหาพวกเรา
    –go doing sth = ไปพร้อมกับทำบางสิ่งไปด้วย
        –Would you like to go fishing with us?
            เธออยากไปตกปลากับพวกเราไหม?
    –lie doing sth = นอนพร้อมกับทำบางสิ่งไปด้วย
        –I lie reading a book.
            ฉันนอนอ่านหนังสือ
    –sit doing sth = นั่งพร้อมกับทำบางสิ่งไปด้วย
        –I sit sipping my coffee.
            ฉันนั่งจิบกาแฟ
    –stand doing sth = ยืนพร้อมกับทำบางสิ่งไปด้วย
        –The boy stood eating an ice-cream.
            เด็กชายยืนกินไอสครีม
    Present participle (v-ing) ในกรณีนี้ ทำหน้าที่เป็น predicative adjunct นั่นคือ ‘คำกริยาเสริมที่ใช้ขยายความคำกริยาหลักของประโยคว่า นอกจากคำกริยาหลักจะแสดง
กิริยาอาการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ยังแสดงกิริยาอาการอย่างอื่นด้วย’

    เช่น I sit sipping my coffee. ก็แสดงว่า I ไม่ได้ sit อย่างเดียว แต่
ได้ sipping my coffee ไปด้วยนั่นเอง
    โดยหลักการ เราไม่สามารถนำเอา v-ing หรือ predicative adjunct นี้ ไปใช้กับคำ
กริยา vi ใดๆได้ตามใจชอบ หากต้องใช้ตามที่นักภาษากำหนดมาให้นี้เท่านั้น และคำกริยา
vi ที่ใช้กับ v-ing ที่ใช้กันบ่อยๆก็มีอยู่ 5 คำข้างต้นนั่นแหละครับ คือ come, go, lie, sit
และ stand

ข้อควรทราบ
    ยังมีการใช้ ‘คำกริยา + v-ing’ อยู่อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่ง v-ing จะทำหน้าที่เป็น gerund
ไม่ใช่ predicative adjunct เช่น Children like playing in the yard. = เด็กๆชอบ
การเล่นในสนามหญ้า playing ในที่นี้ทำหน้าที่เป็น gerund ที่เป็นกรรมของคำกริยา like
(โปรดดูบทความ gerund ได้ตาม link ด้านซ้ายมือนี้)
2. คำกริยา vt + object + v-ing

    คำกริยา vt + object + v-ing คือ คำกริยา vt ที่ได้รับการกำหนดมาให้เราสามารถ
วาง v-ing ไว้ท้ายกรรมของคำกริยา vt นั้นๆได้ และ v-ing ก็จะทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์
ขยายความกรรมนั้นๆไป
โดยอัตโนมัติ เช่น

   –I saw my mom cooking lunch.
       ฉันได้เห็นแม่ของฉันกำลังปรุงอาหารกลางวัน
   ในประโยคนี้ cooking lunch ขยายความ my mom (ซึ่งเป็นกรรมของคำกริยา saw)โดยอัตโนมัติ
    คำกริยา vt + object ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้ v-ing ขยายความ object ได้ มักได้แก่คำกริยาที่แสดงประสาทสัมผัสและการรับรู้ รวมทั้งคำกริยาอื่นๆดังต่อไปนี้

คำกริยาแสดงประสาทสัมผัสและการรับรู้
–feel sth doing sth = รู้สึกได้ว่าบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
–hear sb/sth doing sth = ได้ยินบางคนกำลังทำบางสิ่ง/บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
–imagine sb doing sth = จินตนาการว่าบางคนกำลังทำบางสิ่ง

–remember sb doing sth = จดจำได้ว่าบางคนทำบางสิ่งไว้
–see sb doing sth = เห็นบางคนกำลังทำบางสิ่ง
–watch sb doing sth = เฝ้าดูบางคนกำลังทำบางสิ่ง
–smell sth doing sth = ได้กลิ่นบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
–understand sb doing sth = เห็นใจที่บางคนกำลังประสบกับบางสิ่ง
คำกริยาอื่นๆ
    –catch sb/sth doing sth = จับได้ว่าบางคนกำลังทำบางสิ่ง

    –find sb doing sth = พบว่าบางคนกำลังทำบางสิ่ง

    –get sb/sth doing sth = ทำให้บางคน/บางสิ่งกำลังทำบางสิ่ง

    –have sb doing sth = ทำให้บางคนทำบางสิ่ง

    –keep sb/sth doing sth = ทำให้บางคน/บางสิ่งกำลังทำบางสิ่ง

    –leave sb doing sth = ปล่อยให้บางคนกำลังทำบางสิ่งตามลำพัง

    –like sb doing sth = ยินยอมให้บางคนทำบางสิ่ง

    –mind sb doing sth = ไม่พอใจที่บางคนกำลังทำบางสิ่ง

    –prevent sb doing sth = ขัดขวางบางคนไม่ให้ทำบางสิ่ง/ไม่ให้บางสิ่ง
                                               เกิดขึ้น

    –stop sb doing sth = ขัดขวางบางคนไม่ให้ทำบางสิ่ง/ไม่ให้บางสิ่งเกิดขึ้น

    –sent sb/sth doing sth = ทำให้บางคน/บางสิ่งเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว
    –set sb/sth doing sth = ทำให้บางคน/บางสิ่งทำบางสิ่ง

    –spend sth doing sth = ใช้เวลา/เงินทองทำบางสิ่ง
    –start sb doing sth = ทำให้บางคนเริ่มทำบางสิ่ง
–(can’t) bear sb doing sth = (ไม่สามารถ) ทนเห็นบางคนกำลังทำบางสิ่ง
    โดยหลักการ เราไม่สามารถสร้าง v-ing ขึ้นมาขยายกรรมของคำกริยา vt ใดๆได้เอง
แต่ต้องใช้ไปตามที่นักภาษาศาสตร์กำหนดไว้ให้เท่านั้น ท่านผู้อ่านจึงจำเป็นต้องท่องจำ
ว่า มีคำกริยา vt คำใดบ้างที่เราสามารถนำ v-ing มาขยายความกรรมของ vt นั้นๆได้
เพื่อจะได้ใช้ได้ถูกต้องในแบบเจ้าของภาษา
ลักษณะเฉพาะของ spend sth doing sth

    คำกริยา vt ที่ใช้กับ v-ing นั้น v-ing จะขยายความกรรมของ vt นั้นๆโดยอัตโนมัติ
ตามที่ถูกกำหนดมา แต่คำกริยา vt ‘spend’ จะแตกต่างจากคำกริยา vt + object +
v-ing อื่นๆตรงที่ v-ing จะทำหน้าที่ขยายทั้งกรรมและประธานของประโยคไปในเวลาเดียว
กัน ดังนี้

    –He spent his weekend staying with his family.

    –They always spend their leisure time surfing English websites.
    –The bank spent fifty million baht improving its systems.
Present Participle (v-ing) แบบสร้างเอง
นอกเหนือจาก present Participle (v-ing) แบบสำเร็จรูปข้างต้นแล้ว เรายังสามารถ
สร้าง v-ing ขึ้นใช้เองได้อีกด้วย นั่นคือ ‘present participle แบบสร้างเอง’ 
บทบาทของ ‘present participle แบบสร้างเอง’ ในไวยากรณ์อังกฤษ
    ‘Present participle แบบสร้างเอง’ จะมีบทบาทสำคัญก็คือ การทำให้การใช้โครง
สร้างประโยคที่มี present participle เข้ามาเกี่ยวข้องมีความคล่องตัวไม่ติดขัดด้วยข้อ
จำกัดของ ‘present participle แบบสำเร็จรูป’
    ‘Present participle แบบสร้างเอง’ จึงช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคอยพะวงว่าการใช้
present participle ของตนจะผิดหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพราะผู้ใช้มีทางเลือกว่าจะเลือก
ใช้ ‘แบบสร้างเอง’ หรือ ‘แบบสำเร็จรูป’ ได้ ตามสถานการณ์การใช้ของตน
    เราสามารถใช้ ‘present participle แบบสร้างเอง’ ได้ 3 รูปแบบดังต่อไปนี้
      
1.  การใช้ v-ing ขยายคำนาม

การใช้ v-ing ขยายคำนามจะมีอยู่ 4 วิธีดังนี้
1.1 ใช้ v-ing นำหน้าคำนาม

      –The rising sun.
        พระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น


1.2 ใช้ v-ing ขยายประธาน

      –A man owning that shop is her father.
        ผู้ชายคนที่กำลังเป็นเจ้าของร้านนั้นเป็นบิดาของเจ้าหล่อน

1.3 ใช้ v-ing ขยายกรรมของบุพบท

       –I’m sick of him trying to flirt me.
          
ฉันเบื่อเขาที่คอยมาจีบฉัน
      –We relied on our parents sending us money every month.                เราอาศัยพ่อแม่ของเราในการส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน
1.4 ใช้ v-ing ขยายคำนามที่แสดงตัวตนของประธาน

     เราสามารถ v-ing ขยายคำนามที่แสดงตัวตนของประธานได้ ดังนี้

      –My girlfriend is one of musicians playing flutes in that band.
        แฟนสาวฉันคือหนึ่งในนักดนตรีที่กำลังเล่นฟลุตในวงดนตรนั่น
          [one of musicians คือตัวตน (subjective complement) ของ My girl-    
           friend]


      –He appeared to like no man having date with his daughter.
        เขาดูเหมือนจะชอบไม่ให้มีใครมามีนัดกับลูกสาวของตน
          [to like no man คือตัวตน (subjective complement) ของ He]
2.  การใช้ v-ing แสดงการกระทำของประธานที่เกิดขึ้นพร้อม
  กับกริยาหลักของประโยค
    แม้ว่าเราจะไม่สามารถนำเอา v-ing หรือ predicative adjunct ไปใช้กับคำกริยา vi
ใดๆได้ตามใจชอบ ดังได้กล่าวไว้ใน present participle แบบสำเร็จรูป แต่เราก็สามารถ
ใช้ present participle แสดงการกระทำของประธานที่เกิดขึ้นพร้อมกับกริยาหลักของ
ประโยคได้ โดยสามารถใช้ได้กับทั้งประธานของทั้งคำกริยา vi และคำกริยา vt

    การใช้ ‘present participle แบบสร้างเอง’ ในข้อนี้ present participle จะทำหน้า
ที่เป็น ‘คุณศัพท์’
 เช่นเดียวกับการใช้ในข้อ 1.

    และการใช้ในข้อ 2. นี้มักนิยมใช้ในภาษาเขียนมากกว่าภาษาพูดครับ
    2.1 การใช้ v-ing กับประธานของคำกริยา vi 
 
    เราสามารถใช้ v-ing กับประธานของคำกริยา vi เพื่อแสดงการกระทำของประธาน
ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกริยาหลัก (คำกริยา vi) ของประโยคได้ ดังนี้
    –She was on the phone to her friend, watching TV.

    ประโยคนี้มีความหมายว่า ‘เจ้าหล่อนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนพร้อมกับกำลังดูโทรทัศน์ไป
ด้วย’ ขอให้สังเกตว่าหน้า watching TV จะต้องมีเครื่องหมาย comma (,) อยู่ด้วย เพื่อ
แสดงว่า watching TV แสดงการกระทำของ She ไม่ใช่ her friend

    ดังนั้น ถ้าเราไม่ใส่ comma หน้า watching TV  เช่น

    –She was on the phone to her friend watching TV.

ก็จะกลายเป็นว่า watching TV ขยายความ her friend แทน ตามการใช้ในข้อที่ 1.3
    อย่างไรก็ตาม ถ้าคำนามที่อยู่หน้า watching TV นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการ watching
TV เลย เราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ comma ก็ได้ เช่น

    –She played with her dog watching TV.
      เจ้าหล่อนเล่นกับเจ้าตูบขณะที่ตัวเองกำลังดูโทรทัศน์ไปด้วย

     
กระนั้นก็ดี นักภาษศาสตร์มักจะแนะนำว่า เราควรจะวาง v-ing ไว้หน้าประโยคจะเป็น
การดีที่สุดเพื่อแสดงว่า v-ing นั้นเกี่ยวข้องกับประธานโดยตรงไม่ใช่คำนามคำอื่นดังนี้

    –Watching TV, she played with her dog.

    แต่เจ้าของภาษาเองไม่ค่อยเชื่อคำแนะนำนี้ซักเท่าไหร่ จึงมักนิยมวาง v-ing ไว้ท้าย
ประโยค ดังประโยคตัวอย่างต่อไปนี้

    –He stood up, smiling at me.

    –I’m being on YouTube listening to music.

    –I looked out of the window, thinking of you.

    –They’re on the bus talking to each other.

    –
I will be right here waiting for you. (Richard Marx)
    ถ้าเราจะใช้ตามเจ้าของภาษาไม่ใช้ตามนักภาษาศาสตร์แนะนำ เราต้องระวังอย่าให้การ
ใช้ v-ing ของเราเกิดความกำกวมว่าขยายประธานหรือคำนามคำอื่นกันแน่ เช่น

    –He was having dinner with his girlfriend being on the phone.
    ประโยคนี้ being on the phone จะขยายความ his girlfriend ไม่ใช่การขยาย
ความหรือการแสดงกิริยาอาการของประธาน He
    ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้ being on the phone แสดงกิริยาอาการของประธาน He
เราก็ต้องใช้ว่า

    –He was having dinner with his girlfriend, being on the phone.

หรือ

    –Being on the phone, he was having dinner with his girlfriend.

ก็จะเป็นการชัดเจนว่า v-ing ขยายความประธาน he อย่างแน่นอน
    อนึ่ง v-ing มักไม่นิยมวางไว้หลังคำสรรพนามบุรุษที่ 1, 2 และ 3 เราจึงไม่ควรใช้ว่า
He being on the phone was having dinner with his girlfriend.

    2.2 การใช้ v-ing กับประธานของคำกริยา vt

    การใช้ v-ing กับประธานของคำกริยา vt นั้นมักนิยมวาง v-ing ไว้หน้าประโยค ดัง
ประโยคตัวอย่างต่อไปนี้

    –Reading a newspaper, I had breakfast.
      กำลังอ่านหนังสือพิมพ์...ฉันทานอาหารเช้าไปด้วย
    –Scolding the naughty boy, the old lady hit him.
      กำลังดุด่าเด็กชายซุกซนไป...สุภาพสตรีสูงอายุตีเด็กคนนั้นไปด้วย
    –Laughing at his teammates, the boy kicked the ball.
      กำลังหัวเราะให้กับเพื่อนร่วมทีม...เด็กชายเตะลูกฟุตบอวล์ไปด้วย
    –Walking along the street, I saw an accident.
      กำลังเดินไปตามถนน...ฉันได้เห็นอุบัติเหตุ 

    อย่างไรก็ตาม เราจะวางไว้ท้ายประโยคก็ได้เช่นกัน ดังนี้
    –I had breakfast, reading a newspaper.
      ฉันทานอาหารเช้า...พร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย

    –I saw an accident, walking along the street.
      ฉันได้เห็นอุบัติเหตุ...ขณะกำลังเดินไปตามถนน
   การกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
    บางครั้งการใช้ present participle หรือ v-ing อาจไม่แสดงถึงการกระทำที่เกิดขึ้น
พร้อมกับคำกริยาหลักของประโยค แต่อาจแสดงถึงการกระทำของประธานที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
กับคำกริยาหลักของประโยค
ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำกริยาที่เราเลือกมาใช้เป็น present
participle นั้นมีนัยความหมายว่ามักเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการกระทำอื่นนั่นเอง เช่น
    –Arriving home, the boy had something to eat hungrily.
      พอมาถึงบ้าน เด็กชายก็หาอะไรกินอย่างหิวโหย
ประโยคนี้จะมีความหมายว่า ‘เด็กชายกลับมาถึงบ้านก่อน แล้วจึงค่อยหาอะไรกิน’
    อย่างไรก็ตาม บางการกระทำหรือบาง v-ing อาจมีนัยความหมายในตัวเองว่าเป็นการ
กระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับคำกริยาหลักของประโยค เช่น
    –I am in the swimming pool, making a phone call.
ประโยคนี้แสดงว่า making a phone call เกิดขึ้นพร้อมกับ was in the swimming
pool ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน เราก็ต้องใช้คำบุพบท
before หรือ after มาช่วย
 ดังนี้
    –I am in the swimming pool before making a phone call.
      ผมอยู่ในสระว่ายน้ำ ก่อนที่จะขึ้นมาโทรศัพท์
    –I am in the swimming pool after making a phone call.
      ผมอยู่ในสระว่ายน้ำ หลังจากที่ได้ทำการโทรศัพท์แล้ว
    และในกรณีของ after นี้จะใช้ having + v3 แทนคำบุพบท after ก็ได้ โดยมักนิยม
วางไว้ข้างหน้า และคำกริยาในประโยคหลักก็ต้องเป็น past simple เสมอ ดังนี้
    –Having made a phone call, I was in the swimming pool.
      หลังจากได้ทำการโทรศัพท์ ผมก็ลงไปอยู่ในสระว่ายน้ำ
   การกระทำหลายการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
    บางครั้งการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันอาจมีหลายการกระทำก็ได้ เช่น
–Arriving home, the boy had something to eat hungrily, getting sleepy.
พอมาถึงบ้าน เด็กชายก็หาอะไรกินอย่างหิวโหย แล้วก็รู้สึกง่วงนอน
   การลดรูป past continuous ลงเป็น present participle

    เราสามารถลดรูปของ past continuous ลงเป็น present participle ได้ดังนี้

    –He whistled while he was ironing. (past continuous)
    –He whistled, ironing. (present participle)

    โดยการลดรูปนี้มีเงื่อนไขว่าประธานของประโยคต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งในที่นี้คือ
he แต่ถ้าประธานของประโยคเป็นบุคคลคนละคนกัน เราไม่สามารถลดรูปได้ดังนี้

    –The doorbell rang while he was ironing. (past continuous)

    ประโยคนี้ประธานของประโยคเป็นบุคคลคนละคนกันคือ the doorbell กับ he เราจึง
ไม่สามารถลดรูปได้ ถ้าลดรูปลงเป็น present participle ก็จะผิดหลักไวยากรณ์ทันที ดังนี้

    The doorbell rang, ironing.
3. การใช้ v-ing แบบสร้างเองขยายความกรรมของคำกริยา vt

    แม้ว่าโดยหลักการ เราจะไม่สามารถนำเอา v-ing มาขยายความกรรมของคำกริยา vt
ใดๆได้ตามใจชอบ นอกเหนือจากที่นักภาษาศาสตร์ได้กำหนดไว้ให้เราแล้ว

    แต่ในทางปฏิบัติ เราสามารถนำเอา v-ing มาขยายความกรรมของคำกริยา vt ใดๆก็
ได้ 
โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าขยายความแล้ว v-ing นั้นขยายความกรรมของคำกริยา vt นั้น
จริงๆไม่ใช่ขยายความประธานของประโยค
 ดังนี้

    –Earlier CCTV pictures showed 
Lily arriving at Waterloo station at
      about 5 pm the same day. 
(The Guardian)
      
กล้องวงจรปิดก่อนหน้านี้ได้แสดงว่าลิลีกำลังมาถึงสถานีวอเตอะร์ลูตอน 5 โมงเย็นในวันนั้น
    ตามปกติ นักภาษาศาสตร์ไม่ได้กำหนดให้กรรมของคำกริยา show ใช้กับ v-ing
ได้ แต่เราสามารถใช้ได้ ถ้าใช้แล้ว v-ing ขยายความกรรมของ show จริงๆดังประโยค
ตัวอย่างข้างต้น นั่นคือ arriving ขยายความกรรมคือ Lily อย่างแน่นอน ไม่ได้ขยาย
ความประธานคือ CCTV pictures
    ลองดูประโยคตัวอย่างอีก 2 ประโยคเป็นแนวทางครับ
    –Armed police guide a woman carrying a child to safety. (NYDailyNews)
      ตำรวจอาวุธพร้อมมือชี้ทางให้ผู้หญิงที่กำลังอุ้มเด็กให้ไปสู่ที่ปลอดภัย

    –As they walked, John spied only a few people moving among the      
      
massive buildings. (K. P. Alexander, Artifice: Episode One)
        ขณะที่พวกเขาเดิน...จอห์นสังเกตเห็นผู้คนเพียง 2-3 คนเท่านั้นท่ามกลางมวลหมู่อาคารมโหฬารนั้น
   ดังนั้น ถ้าท่านผู้อ่านจะใช้ v-ing มาขยายความกรรมของคำกริยา vt ใดๆ
เอาเอง ก็ต้องดูให้แน่ว่า v-ing ของเราขยายความกรรมนั้นจริงๆดังประโยค
ตัวอย่างที่ให้ไว้ข้างต้นครับ

ข้อแตกต่างระหว่างการใช้ present participle แบบสร้างเอง
กับ to-infinitive แบบสร้างเอง


    บางการใช้ของ present participle (v-ing) แบบสร้างเอง กับ to-infinitive
(to-inf) แบบสร้างเอง จะมีลักษณะคล้ายกัน เช่น การใช้ v-ing และ to-inf ขยาย
ความประธาน เป็นต้น แต่การใช้นี้จะมีความหมายแตกต่างกัน ดังนี้

A) A man owning that shop is her father.
       ผู้ชายคนที่กำลังเป็นเจ้าของร้านนั้นเป็นบิดาของเจ้าหล่อน


B) A man to own that shop is her father.
       ผู้ชายคนที่เป็นเจ้าของร้านนั้นเป็นบิดาของเจ้าหล่อน


ประโยค A) และ B) มีข้อแตกต่างกันดังนี้

    ถ้าเราเลือกใช้ v-ing เพื่อขยายประธาน ก็แสดงว่าเราต้องการเน้นว่า ‘กำลังเกิดขึ้น’ ดังนั้น owning that shop จึงมีความหมายว่า ‘
ที่่กำลังเป็นเจ้าของร้าน’
    แต่ถ้าเราเลือกใช้ to-inf ก็แสดงว่าเราไม่ต้องการเน้นว่า ‘กำลังเกิดขึ้น’ ดังนั้น to own that shop จึงมีความหมายว่า ‘ที่เป็นเจ้าของร้าน’


สรุป 

   เนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ เคล็ดลับการใช้ present par-ticiple ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบสร้างเองในแบบที่เจ้าของภาษารู้

   ดังนั้น เมื่อถึงตรงนี้ก็แสดงว่า ท่านผู้อ่านมีความรู้เกี่ยวกับ present
participle ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบสร้างเองในระดับเดียวกับเจ้าของ
ภาษาแล้ว

   ถ้าเช่นนั้น จะมัวรอช้าอยู่ทำไม จงรีบนำออกไปใช้ให้เป็นที่ล่ำลือกัน
เถิดว่า พวกเราคนไทยเก่งภาษาอังกฤษแล้ว


 ทำความรู้จักกับ  To-infinitive  แบบสร้างเอง 
 นอกเหนือจาก infinitive แบบสำเร็จรูปแล้ว เรายังสามารถสร้าง infinitive ขึ้นใช้
เองได้อีกด้วย โดย infinitive แบบสร้างเองนี้ จะมีเฉพาะ infinitive with ‘to’ หรือ
to-infinitive เท่านั้น ไม่มี infinitive without ‘to’

To-infinitive แบบสร้างเอง
บทบาทสำคัญของ ‘to-infinitive แบบสร้างเอง’
    To-infinitive แบบสร้างเองจะมีบทบาทสำคัญ คือ การทำให้การใช้ to-infinitive มีความยืดหยุ่นและไม่ตายตัวจำกัดอยู่เฉพาะการใช้แบบสำเร็จรูปเท่านั้น อันจะช่วยให้
การใช้โครงสร้างประโยคที่มี to-infinitive เข้ามาเกี่ยวข้องมีความลื่นไหล ไม่ติดขัดด้วย
ข้อจำกัดของการใช้แบบสำเร็จรูปนั่นเอง


    To-infinitive แบบสร้างเองมี 8 รูปแบบ ดังนี้
      
1.  การใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของ
  ประโยคทั้งประโยค
    การใช้ to-inf แบบสร้างเองนี้จะเป็นการแสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของ
ประโยคทั้งประโยค เช่นประโยค The rescue team arrived to help. to help จะ
แสดงจุดประสงค์ของประโยคทั้งประโยคไม่ใช่แค่จุดประสงค์ของคำกริยา arrived การ
ใช้แบบสร้างเองนี้จึงต่างจากการใช้แบบสำเร็จรูปซึ่งเป็นการใช้เพื่อแสดงจุดประสงค์ของ
คำกริยา vi เท่านั้น

    การใช้ to-inf แบบสร้างเองเพื่อแสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของประโยค
ทั้งประโยคแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ


1.1 การใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของประโยค
       ที่มี vi
 เป็นคำกริยาหลัก
        การใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของประโยคทั้งประโยค
ที่มี vi เป็นคำกริยาหลักนี้ คำกริยา vi จะมีทั้งคำกริยา vi โดดๆ, คำกริยา vi ที่มีคำวิเศษณ์
ขยายความ และคำกริยา vi ที่เป็นกริยาวลี (phrasal verb) ดังต่อไปนี้

        –Click to play.
           คลิ๊กเพื่อเล่นคลิปภาพ

        –I still stay up to finish my homework.
           ฉันยังคงไม่ได้เข้านอนเพื่อทำการบ้านของฉันให้เสร็จ
–I text to tell you that I’m OK.
  ฉันส่งข้อความมาเพื่อบอกเธอว่าฉันสบายดี
–The rescue team arrived to help.
  ทีมกู้ภัยเดินทางมาถึงเพื่อช่วยเหลือ
–He came back home only to find that it became a ghost town.
  เขากลับมาบ้านเกิดเพียงเพื่อที่จะพบว่ามันกลายเป็นเมืองร้าง

1.2 การใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของประโยค
       ที่มี vt เป็นคำกริยาหลัก
        การใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของประโยคทั้งประโยคที่มี
vt เป็นคำกริยาหลัก
 จะมีกระสวนดังนี้ ‘คำกริยา vt + object + to-inf’

        แม้ว่ากระสวนนี้จะเหมือนกับกระสวนการใช้แบบสำเร็จรูป คือ ‘คำกริยา vt +
object + to-inf’ 
แต่การทำหน้าที่ของ to-inf จะต่างกัน ดังนี้
 –He expects her to marry him.
        นี่คือกระสวน ‘คำกริยา vt + object + to-inf’ แบบสำเร็จรูป ซึ่ง to-inf
จะทำหน้าที่ขยายกรรมของคำกริยา vt
        ส่วนในข้อ 1.2 ซึ่งเป็นแบบสร้างเองนี้ to-inf จะทำหน้าที่ ‘แสดงจุดประสงค์
หรือผลของการกระทำของประโยคทั้งประโยค’ เช่น
–He spends some money to improve his English skill.
        ประโยคนี้ to improve his English skill จะไม่ได้ทำหน้าที่ขยายกรรม some
money แต่ทำหน้าที่แสดงจุดประสงค์ของประโยค ‘He spends some money’ นั่นคือ ‘เขาใช้จ่ายเงินไปจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเขา’
        เมื่อเป็นดังนี้ เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์ของประโยคทั้ง
ประโยคที่มี vt เป็นคำกริยาหลัก เราก็สามารถใช้ได้ทันที

        อนึ่ง ประโยค He spends some money to improve his English skill.
นี้ ถ้า
ไม่พิจารณาให้ดี หลายคนอาจลงความเห็นว่าผิดหลักไวยากรณ์ เพราะว่าคำกริยา
spend money ถูกกำหนดมาให้ใช้กับคำบุพบท on ดังนี้
     –He spends some money on improving his English skill.
         แต่ประโยค He spends some money to improve his English skill.
นี้ ก็หาได้ผิดหลักไวยากรณ์แต่ประการใดไม่ เพราะผู้ใช้ต้องการใช้ ‘to improve his
English skill’ เพื่อแสดงจุดประสงค์ของประโยคทั้งประโยคนั่นเอง ดังนั้น ทั้ง 2 ประโยค
นี้คือ

        –He spends some money to improve his English skill.
          
เขาใช้จ่ายเงินไปจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเขา
       
–He spends some money on improving his English skill.
          
เขาใช้จ่ายเงินไปจำนวนหนึ่งกับการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเขา
ต่างก็ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ทั้งคู่ แต่เป็นหลักไวยากรณ์คนละหลักกันเท่านั้นเอง และก็มี
ความหมายต่างกันด้วย ดังประโยคภาษาไทยที่ผู้เขียนแปลไว้ให้เห็นแล้ว
        ขอให้ท่านผู้อ่านศึกษาประโยคตัวอย่างการใช้ to-inf แสดงจุดประสงค์หรือผลของ
การกระทำของประโยคทั้งประโยคดังต่อไปนี้ให้เข้าใจ

       
–The Chinese fans approached Nawat to greet him.
         
บรรดาแฟนๆชาวจีนตรงเข้ามาหาณวัฒน์เพื่อต้อนรับเขา
        –I opened the door to let my dog in.
        
 ฉันเปิดประตูเพื่อให้เจ้าตูบเข้ามา

        –He put his wet shirt over the fan to dry.
           
เขาวางเสื้อผ้าเปียกไปบนพัดลมเพื่อให้แห้ง
       –A taxi driver provides some soda cans to thank the passengers              for using his  service.
         คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งจัดหาเครื่องดื่มกระป๋องไว้บริการเพื่อตอบแทนผู้โดยสารที่ใช้บริการ 
 –Spain beat the Netherlands to win the World Cup for the first
  time. 
(CNN)
  สเปนเอาชนะฮอลแลนด์จนได้เป็นแชมป์โลกเป็นครั้งแรก
 ในการใช้แบบเป็นทางการ เราสามารถใช้ in order to แทน to-inf ได้ดังนี้

–I opened the door in order to let my dog in.
  
ฉันเปิดประตูเพื่อให้เจ้าตูบเข้ามา
        อนึ่ง การใช้ to-inf (หรือ in order to) ในข้อ 1.2 นี้ บางครั้งเราสามารถวาง
to-inf ไว้หน้าประโยคได้ เช่น

        –To run this machine, you just switch it on.
           เพื่อที่จะเดินเครื่องนี้ คุณก็แค่เปิดเครื่องให้มันทำงานเท่านั้น

        –In order to be good at English, you should review it every day.
           เพื่อที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้ เธอควรจะทบทวนมันทุกวัน
2. การใช้ to-inf แสดงเจตนาของประธาน
 เราสามารถใช้ to-inf แสดงเจตนาของประธานของประโยคได้ ดังต่อไปนี้ 
   –To be honest, I have never had any affair with that woman.
     ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้หญิงคนนั้น
3. การใช้ to-inf ขยายคำนาม
    การใช้ to-inf ขยายคำนาม จะมีการใช้อยู่ 4 รูปแบบ ดังต่อไปนี้
3.1 การใช้ to-inf ขยายประธาน
     การใช้ to-inf ขยายประธานของประโยคนี้อาจใช้กับประธานที่ไม่มีคำคุณศัพท์
ขยายหรือที่มีคำคุณศัพท์ขยายความอยู่ก็ได้ ดังต่อไปนี้


     –A man to own that shop is her father.
          ผู้ชายคนที่เป็นเจ้าของร้านนั้นเป็นบิดาของเจ้าหล่อน


         –My dad’s suggestion to part from her is hard to take.
           คำแนะนำของพ่อที่จะให้ฉันเลิกกับเจ้าหล่อนยากที่จะยอมรับได้

         –The first Thai to win this trophy was Prayad.
           คนไทยคนแรกที่ได้ครอบครองถ้วยนี้ก็คือประหยัด

         –The second Thai boxer to win the gold medal was Somjit.
           นักมวยไทยคนที่สองที่ได้เหรียญทองก็คือสมจิตร
3.2 การใช้ to-inf ขยายกรรมของบุพบท
  –I’ll leave this work for you to carry on.
          ผมจะมอบหมายงานชิ้นนี้ให้คุณไปดำเนินการต่อ

        –The problem is for you to solve not me.
          ปัญหาที่คุณต้องแก้เอง ไม่ใช่ให้ฉันแก้

        –It’s stupid of me to believe him.
          เป็นความโง่ของฉันเองที่ไปหลงเชื่อเขา
3.3 การใช้ to-inf ขยายคำนามที่ตามหลัง verb to be
         การใช้ to-inf ขยายคำนามที่ตามหลัง verb to be นี้อาจใช้กับคำนามที่ไม่มี
คำคุณศัพท์ขยายหรือที่มีคำคุณศัพท์ขยายความอยู่ก็ได้ ดังต่อไปนี้
        –Liverpool is a team to beat.
          Liverpool เป็นทีมที่ยากที่ใครจะเอาชนะได้
               (a team to beat เป็นสำนวนหมายถึง ทีมที่ยากที่จะเอาชนะได้) 


        –Is there anything to eat?
          มีอะไรทานบ้างนี่?
        –Manchester United is a difficult team to beat.
          Manchester United เป็นทีมที่ยากที่ใครจะเอาชนะได้

        –This is a perfect place to spend our holiday.
          นี้คือสถานที่ที่สมบูรณ์ที่เราจะใช้เป็นที่พักผ่อนวันหยุด
        –Who was the first man to set foot on the moon?
          ใครคือมนุษย์คนแรกที่ลงเหยียบดวงจันทร์
        –He was the last man to know this.
          เขาเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้

        –She is the only one to solve this problem.
          เจ้าหล่อนเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้
3.4 การใช้ to-inf ขยาย question word
        –I don’t know who to believe.
          ฉันไม่รู้จะเชื่อใครดี

        
–At last he decided where to go.
          ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะไปที่ไหนดี
          –He explained how to train dog.
          เขาอธิบายถึงวิธีการฝึกสุนัข

    
หมายเหตุ เฉพาะ why จะไม่นิยมใช้กับ to-infinitive ดังนี้ Don’t ask why to stay. แต่จะนิยมใช้เป็นประโยคว่า Don’t ask why we should stay. 
4. การใช้ to-inf ขยายคำคุณศัพท์
     การใช้ to-inf ขยายคำคุณศัพท์นี้อาจใช้กับคำคุณศัพท์ที่ไม่มีคำวิเศษณ์มาขยาย
หรือที่มีคำวิเศษณ์ขยายความอยู่ก็ได้ ดังต่อไปนี้
    –I’m glad to see you.
      ฉันดีใจที่ได้พบเธอ

    –The situation makes it harder to fulfill our goal.
      สถานการณ์ทำให้มันเลวร้ายลงไปในการที่จะบรรลุเป้าประสงค์ของเรา

    –I’m very pleased to date her.
      ฉันยินดียิ่งที่ได้มีนัดกับเจ้าหล่อน
    –Nadal is too good to lose.
      นาดาลเก่งเกินไปที่จะแพ้

    –This matter is too hot to handle.
      เรื่องนี้ร้อนเกินกว่าที่จะไปยุ่งเกี่ยวได้
     บางครั้งก็จะมีคำว่า for sb มาคั่นอยู่ระหว่างคำคุณศัพท์กับ to-inf ดังนี้
    –It is hard for me to swallow this bitter pill.
      มันเป็นการยากสำหรับฉันที่จะกลืนเจ้ายาขมนี่ลงไป

ซึ่งในกรณีนี้จะถือว่า to-inf ขยายกรรมของบุพบทก็ได้เช่นกัน

    –It is hard for me to swallow this bitter pill.
      มันเป็นการยากสำหรับฉันที่จะกลืนเจ้ายาขมนี่ลงไป
5. การใช้ to-inf ขยายคำวิเศษณ์
     การใช้ to-inf ขยายคำวิเศษณ์นี้อาจใช้กับคำวิเศษณ์ที่ไม่มีคำวิเศษณ์มาขยายหรือ
ที่มีคำวิเศษณ์คำอื่นขยายความอยู่ก็ได้ ดังต่อไปนี้
    –He isn’t fit enough to play.
      เขาไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะลงเล่น

    –I was foolish enough to marry him.
      ฉันโง่พียงพอที่ไปแต่งงานกับเขา

     –I was brave enough to tell her.
      ฉันกล้าพอที่จะบอกเจ้าหล่อน

    –I woke up too late to watch the sun rise.
      ฉันตื่นสายเกินไปที่จะได้เฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น
6. การใช้ to-inf เป็นประธานของประโยค
     เราสามารถใช้ to-inf เป็นประธานของประโยคได้ดังต่อไปนี้
    –To eat too much can make you sick.
      การทานอาหารมากจนเกินไปอาจทำให้เธอไม่สบายได้ 
   
    –To get some fresh air can help a lot.
      การสูดอากาศบริสุทธิ์สามารถช่วยได้มาก
7. การใช้ to-inf แบบสร้างเองขยายกรรมของคำกริยา vt

     ตามหลักการ เราไม่สามารถใช้ to-infinitive มาขยายความกรรมของคำกริยา vt ใดๆ
ได้ นอกเหนือไปจากที่นักภาษาศาสตร์ได้กำหนดไว้ดังได้กล่าวไว้แล้วใน to-infinitive
แบบสำเร็จรูป

     อย่างไรก็ตาม เราสามารถใช้ to-inf มาขยายความกรรมของคำกริยา vt ใดๆได้ ถ้า
เรามีความรู้เรื่อง collocation ของ to-infinitive

     Collocation (เคาะเลอะเคเชิน) ของ to-inf ก็คือ คำนามที่ถูกกำหนดมาให้ใช้กับ
to-inf ได้โดยอัตโนมัติ เช่น ability to do something (sth) เป็นต้น

     คำนาม ability นี้เราสามารถใช้โดดๆว่า ability ก็ได้ หรือใช้ร่วมกับ to-inf เป็น
ability to do sth ก็ได้โดยอัตโนมัติ

     และเมื่อเรานำเอา ability to do sth ไปใช้เป็นกรรมของคำกริยา vt ใด คำกริยา vt
นั้นก็จะใช้กับ to-inf ได้โดยอัตโนมัติไปด้วย เช่น

     –I envy her ability to seduce young men.
       
ฉันอิจฉาความสามารถของเจ้าหล่อนที่หลอกล่อหนุ่มๆได้
     ตามปกติ คำกริยา vt ‘envy’ จะใช้ to-inf มาขยายความกรรมของตนไม่ได้ แต่ถ้า
เราใช้ envy กับ ability to do sth แล้ว envy ก็จะมี to-inf มาขยายความกรรมของ
ตนโดยอัตโนมัติทันที ดังประโยคตัวอย่างข้างต้น

     Collocation (เคาะเลอะเคเชิน) ของ to-inf ที่ใช้บ่อยก็ได้แก่

     –thing to do
     –nothing to do
     –anything to do
     –something to do
     –a/the plan to do sth
     –the first/second/last/etc./ to do sth
                                                   ฯลฯ

     และเคาะเลอะเคเชินเหล่านี้เมื่อเรานำไปใช้เป็นกรรมของคำกริยา vt ใด ก็จะทำให้คำ
กริยา vt นั้นมี to-inf มาขยายความกรรมของตนโดยอัตโนมัติ เช่น

–She had a plan to start her own business.
     Collocation (เคาะเลอะเคเชิน) ของ to-inf นี้มีรายละเอียดอยู่พอสมควร ผู้เขียนจึง
ได้แยกไปเขียนเป็นอีกบทความหนึ่ง ซึ่งจะนำมาทยอยลงต่อไป
8.  การใช้ to-inf ตามหลัง verb to be เพื่อแสดงตัวตนของ
  ประธาน
    เราสามารถใช้ to-inf ตามหลัง verb to be เพื่อแสดงตัวตนของประธาน (subjec-
tive complement) ได้ดังต่อไปนี้
    –Her mistake is to go out with him.
      ความผิดพลาดของเจ้าหล่อนก็คือการออกไปกับเขา

    –Our ambitions are to be good at English.
      ความทะเยอทะยานของพวกเราก็คือการเก่งภาษาอังกฤษ
     ขอให้สังเกตว่า to go out with him คือนามวลี (noun phrase) ที่ทำหน้าที่แสดง
ตัวตนของประธาน โดยมี verb to be คือ is เป็นตัวเชื่อม (linking verb) นั่นคือ
to go out with him เป็นตัวตนหรือ subject complement ของ Her mistake นั่นเอง
     และ to be good at English ก็คือ subject complement ของประธาน Our ambitions โดยมี are เป็นตัวเชื่อม
     การใช้ to-infinitive ในข้อ 8 นี้ค่อนข้างยากเล็กน้อย เพราะเป็นการใช้ในขั้นสูง
(advanced) ถ้าท่านผู้อ่านอ่าน 2-3 เที่ยวแล้วยังไม่เข้าใจก็ให้ข้ามไปก่อนได้ แล้ววันหลัง
มีเวลาค่อนย้อนกลับมาอ่านใหม่ ก็จะเข้าใจได้เอง
สรุป
     ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านก็มีความรู้เกี่ยวกับ to-infinitive แบบสร้างเอง
ในระดับเดียวกับเจ้าของภาษาแล้ว ท่านผู้อ่านจึงสามารถท่องไปใน
ยุทธจักรของภาษาอังกฤษได้อย่างไม่น้อยหน้าชาติใดในโลกแล้ว จึง
ขอเชิญลุยได้ตามอัธยาศัยครับ

ไขข้อข้องใจการใช้ Infinitive และ To-infinitive จนเข้าใจแตกฉาน 
Infinitive เป็นเรื่องไม่ยาก ถ้ารู้เคล็ดลับ
    พวกเรามักงุนงงสับสนกับการใช้ infinitive เป็นอย่างยิ่ง จนใช้กันผิดๆถูกๆและก็ท้อใจ
กันไปตามๆกันกับการเรียนรู้การใช้ infinitive

    เมื่อก่อนผู้เขียนเองก็ตกอยู่ในสภาพนี้เช่นเดียวกัน แต่ในที่สุด ผู้เขียนก็ได้ค้นพบเคล็ด
ลับของการใช้ infinitive เข้าจนได้ และก็ได้นำเคล็ดลับนี้มาเปิดเผยไว้ในบทความ 2 บทความ คือ ‘Infinitive แบบสำเร็จรูป’ ที่ท่านผู้อ่านกำลังอ่านอยู่นี้ และอีกบทความหนึ่ง คือ  ‘Infinitive แบบสร้างเอง’ ซึ่งมี link อยู่ด้านซ้ายของบทความนี้
    เมื่อท่านผู้อ่านอ่านบทความทั้ง 2 นี้แล้ว ก็จะเข้าใจได้อย่างแตกฉานว่า แท้จริงแล้ว
infinitive แบ่งเป็น 2 แบบ คือ ‘แบบสำเร็จรูป’ และ ‘แบบสร้างเอง’

    และนับจากนี้ไปพวกเราก็จะมีความรู้เกี่ยวกับ infinitive ในระดับเดียวกับเจ้าของภาษา แล้ว นั่นหมายความว่า infinitive ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับพวกเรา จนเราอยากจะใช้อยู่
ตลอดเวลาเลยทีเดียว
Infinitive คืออะไร?
    Infinitive แบ่งเป็น 2 รูป คือ

    –Infinitive with ‘to’ หรือ to-infinitive เช่น to be; to have; to
do; to go; to eat; to run; to play เป็นต้น

    –Infinitive without ‘to’ เช่น be; have; do; go; eat; run; play
เป็นต้น
    การใช้ to-infinitive และ infinitive without ‘to’ นี้ จะไม่มีการเปลี่ยนรูปโดยเด็ด
ขาด ไม่ว่าจะอยู่ในรูป present, past หรือ future tense ก็ตาม เช่น
    –The boy came to play with our dog.
    To-infinitive จะมีบทบาทในการใช้มากกว่า และมีรายละเอียดของหลักการใช้มากกว่า
infinitive without ‘to’ มากมายนัก ดังนั้น เวลากล่าวถึงคำว่า infinitive ก็จะเป็นการ
หมายถึง to-infinitive โดยนัยนั่นเอง
       
    อีกประการหนึ่งก็คือ infinitive ที่เราสับสนงุนงงจนใช้กันไม่เป็นก็คือ เจ้าตัวดี to-infinitive นี่แหละ เราจึงต้องปราบพยศ to-infinitive นี้ให้อยู่หมัดให้ได้ บทความนี้จึง
เน้นกล่าวถึงการใช้ to-infinitive เป็นส่วนใหญ่

    ส่วน infinitive without ‘to’ นั้นมีรายละเอียดของหลักการใช้อยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และส่วนใหญ่พวกเราก็ใช้เป็นอยู่แล้ว เช่น

    –Let’s go.

    –Let it be.
    –They made it happen.
และ infinitive without ‘to’ นี้ จะได้รับการกล่าวถึงในตอนท้ายของบทความนี้
To-infinitive แบบสำเร็จรูป
    To-infinitive แบบสำเร็จรูปก็คือ to-infinitive ที่นักภาษาศาสตร์กำหนดขึ้นมาเป็น
แบบสำเร็จรูป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในแบบเดียวกับที่เจ้าของภาษาใช้

    To-infinitive หรือ to-inf แบบสำเร็จรูปแบ่งเป็น 4 ชนิดคือ

   1. Appear/seem/look/prove + to-inf
    2. คำกริยา vi + to-inf
    3. คำกริยา vt + to-inf
    4. คำกริยา vt + object + to-inf
1. Appear/seem/look/prove + to-inf แบบสำเร็จรูป

   คำกริยา appear/seem/look/prove เป็นคำกริยา vi ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้คู่กับ
to-inf เพื่อแสดงคุณลักษณะหรือตัวตนของประธานดังต่อไปนี้
–appear to be adj/noun = ปรากฏออกมาเป็น
–appear to do sth = ปรากฏออกมาว่าจะทำบางสิ่ง
–seem to be adj/noun = ดูเหมือนว่าจะเป็น
–seem to do sth = ดูเหมือนว่าจะทำบางสิ่ง
–look to be adj/noun = มองดูออกมาเป็น
–prove to be adj = พิสูจน์ว่าเป็น
       –His remark proves to be right.
        ความเห็นของเขาพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง 

หมายเหตุ: adj = adjective
 
2. คำกริยา vi + to-inf แบบสำเร็จรูป
    คำกริยา vi ก็คือ intransitive verb (vi) หรือคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ

    คำกริยา vi + to-inf ก็คือคำกริยา vi ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้คู่กับ to-inf เพื่อ
แสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำของคำกริยา vi นั้นๆ
 เช่น

    –He called to say goodbye.
       เขาโทรมาเพื่อบอกลา

    
ประโยคนี้ call เป็นคำกริยา vi เมื่อใช้คู่กับ ‘to say goodbye’ คำกริยา call ก็จะ
แสดงจุดประสงค์ออกมาว่า โทรมา ‘เพื่อบอกลา’

    ลองไปดูอีกประโยค

    –They failed to win the title.
       พวกเขาพลาดที่จะชนะได้ตำแหน่งแชมป์
    ประโยคนี้ fail เป็นคำกริยา vi เมื่อใช้คู่กับ ‘to win the title’ คำกริยา fail ก็ได้แสดง
ผลของการกระทำของตนออกมา นั่นคือ พลาด ‘ที่จะชนะได้ตำแหน่งแชมป์’
    คำกริยา vi + to-inf ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้คู่กันแบบสำเร็จรูปมีทั้งคำกริยา vi
+ to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและใช้ไม่บ่อยดังต่อไปนี้

คำกริยา vi + to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
    –agree to do sth = ตอบตกลงเพื่อทำบางสิ่ง

    –arrange to do sth = เตรียมการเพื่อทำบางสิ่ง
    –aim to do sth = มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำบางสิ่ง

    –call to do sth = โทรมาเพื่อทำบางสิ่ง

    –come to do sth = มาเพื่อทำบางสิ่ง; ถึงจุดที่จะทำบางสิ่ง

    –fail to do sth = พลาดที่จะทำบางสิ่ง
    –go to do sth = ไปเพื่อทำบางสิ่ง

    –run to do sth = วิ่งเพื่อทำบางสิ่ง

    –stand to do sth = ยืนเพื่อทำบางสิ่ง
    –stop to do sth = หยุดทำบางสิ่งเพื่อที่จะทำสิ่งอื่น
      –I stop to listen to a piece of news attentively.
        ฉันหยุด(ทำบางสิ่ง)เพื่อที่จะฟังข่าวข่าวหนึ่งอย่างตั้งอกตั้งใจ
คำกริยา vi + to-inf ที่ใช้ไม่บ่อย
    –consent to do sth = ตกลงที่จะทำบางสิ่ง 
    –awake to do sth = ตื่นขึ้นมาเพื่อทำบางสิ่ง  
–care to do sth = อยากที่จะทำบางสิ่ง (มักใช้ในรูปคำถามหรือปฏิเสธ) 
    –dare to do sth = กล้าที่จะทำบางสิ่ง (มักใช้ในรูปคำถามหรือปฏิเสธ)  
    –grow to do sth = มาถึงจุดที่จะรู้สึกบางสิ่ง
    –hesitate to do sth = ลังเลที่จะทำบางสิ่ง
    –live to do sth = มีชีวิตอยู่เพื่อทำบางสิ่ง
    –see to do sth = เห็นเพื่อทำบางสิ่ง
    –tend to do sth = มีแนวโน้มที่จะทำบางสิ่ง
    –turn to do sth = หมุน/หมุนตัวเพื่อทำบางสิ่ง
 
    –(not) bother to do sth = (ไม่) ลำบากที่จะทำบางสิ่ง; (ไม่) สนอกสนใจที่จะ
                                                                           ทำบางสิ่ง
    –(not) trouble to do sth = (ไม่) ลำบากที่จะทำบางสิ่ง
    โดยหลักการของคำกริยา vi + to-inf เพื่อแสดงจุดประสงค์หรือผลของการกระทำ
ของคำกริยา vi นี้ เราไม่สามารถนำ to-inf มาใช้กับคำกริยา vi ใดๆได้ตามใจชอบ แต่
ต้องใช้กับคำกริยา vi ที่นักภาษาศาสตร์กำหนดไว้ให้ข้างต้นเท่านั้น

    ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องท่องจำคำกริยา vi ข้างต้นไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดย
วิธีการจำก็คือ ให้จำจากความหมายของคำกริยา vi เพราะความหมายของคำกริยา vi จะ
เป็นตัวบอกโดยนัยว่า คำกริยา vi นั้นใช้กับ to-inf ได้

    
และให้ท่องจำคำกริยา vi + to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันก่อนก็ได้ เมื่อมีเวลาว่าง
จึงค่อยมาท่องจำคำกริยา vi + to-inf ที่เหลือ
3. คำกริยา vt + to-inf แบบสำเร็จรูป
    คำกริยา vt ก็คือ transitive verb (vt) หรือคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ

    คำกริยา vt + to-inf เป็นคำกริยา vt ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้คู่กับกรรมที่เป็น
to-inf
 ดังนั้น จึงขอให้ท่านผู้อ่านสังเกตด้วยว่า คำแปลภาษาไทยที่ให้ไว้จะไม่มีคำว่า
'เพื่อ'  อยู่ด้วย เพราะ to-inf ในกรณีนี้เป็น 'กรรม'
    คำกริยา vt + to-inf มีทั้งคำกริยา vt + to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและใช้
ไม่บ่อย ดังต่อไปนี้

คำกริยา vt + to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
–agree to do sth = เห็นด้วยกับการทำบางสิ่ง (agree ในความหมายนี้เป็น vt)
    –begin to do sth = เริ่มทำบางสิ่ง
    –start to do sth = เริ่มทำบางสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
    –continue to do sth = ดำเนินการทำบางสิ่งต่อไป
    –decide to do sth = ตัดสินใจทำบางสิ่ง
    –hate to do sth = ไม่ชอบทำบางสิ่ง
    –intend to do sth = ตั้งใจทำบางสิ่ง
    –learn to do sth = เรียนรู้การทำบางสิ่ง
    –like/love to do sth = ชอบทำบางสิ่ง

    –need to do sth = จำเป็นต้องทำบางสิ่ง
    –want to do sth = ต้องการทำบางสิ่ง

    –plan to do sth = วางแผนทำบางสิ่ง
    –prefer to do sth = ชื่นชอบทำบางสิ่งมากกว่าทำสิ่งอื่น
    –promise to do sth = สัญญาทำบางสิ่ง
    –try to do sth = พยายามทำบางสิ่ง

    –forget to do sth = ลืมทำบางสิ่ง
     
–I forgot to pay my phone bill yesterday. So I have to pay today.
        เมื่อวานฉันลืมจ่ายเงินใบเรียกเก็บเงินค่าโทรศัพท์  ดังนั้นฉันต้องจ่ายวันนี้

   
–remember to do sth = จำได้ว่าตัวเองต้องทำบางสิ่ง
     
–I remember to buy you some fruits.
        ฉันจำได้ว่าจะต้องซื้อผลไม้ให้เธอ


คำกริยา vt + to-inf ที่ใช้ไม่บ่อย

    –choose to do sth = เลือกทำบางสิ่ง

    –claim to do sth = ยืนยันการทำบางสิ่ง

    –expect to do sth = คาดคิดถึงการทำบางสิ่ง

    –help to do sth = ช่วยทำบางสิ่ง
    –hope to do sth = หวังทำบางสิ่ง
    –manage/แมะนิจ to do sth = จัดการทำบางสิ่งให้สำเร็จลุล่วงไป
    –mean to do sth = ตั้งใจทำบางสิ่ง

    –offer to do sth = เสนอตัวที่จะทำบางสิ่งให้
    –prepare to do sth = เตรียมตัวทำบางสิ่ง
    –pretend to do sth = แสร้งทำบางสิ่ง
    –refuse to do sth = ปฎิเสธทำบางสิ่ง

    –regret to do sth = เสียใจที่ต้องทำบางสิ่ง
    –threaten to do sth = ข่มขู่ทำบางสิ่ง
    –wish to do sth = ปรารถนาทำบางสิ่ง
    –(not) think to do sth = (ไม่ได้) คิดพิจารณาการทำบางสิ่ง

    –(can’t/can) afford to do sth = (ไม่สามารถ/สามารถ) มีเงิน/เวลาทำบางสิ่ง

     
–turn out to be sb = กลับกลายเป็นบางคน
        
–He turns out to be her brother.
            เขากลับกลายเป็นพี่ชายของเจ้าหล่อนไป

   คำกริยา vt + to-inf ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้คู่กับกรรมที่เป็น to-inf นี้ เราไม่
สามารถนำเอา to-inf ไปเป็นกรรมของคำกริยา vt ใดๆได้เองตามใจ
ชอบ แต่
เราต้องใช้ to-inf เป็นกรรมของคำกริยา vt ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเท่านั้น

   ดังนั้น ถ้าท่านผู้อ่านพยายามท่องจำ คำกริยา vt + to-inf แบบสำเร็จรูปเหล่านี้ไว้ได้
มากเท่าใด เราก็ยิ่งจะใช้คำกริยา vt + to-inf ได้ถูกต้องในแบบที่เจ้าของภาษาใช้มาก
ขึ้นเท่านั้น

    
วิธีการจำก็คือ ความหมายของคำกริยา vt ข้างต้นจะบอกกับเราโดยนัยว่า คำกริยา vt ใดใช้ to-inf เป็นกรรมของตนได้ ดังนั้น ท่านผู้อ่านจึงควรท่องจำความหมายของคำกริยา
vt ข้างต้นให้ได้ก่อน แล้วก็จะจำการใช้กับ to-inf ตามมาได้เอง 

    และให้ท่องจำคำกริยา vt + to-inf ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันก่อน เมื่อใช้เก่งแล้ว
จึงค่อยมาท่องจำคำกริยา vt + to-inf ที่เหลือ
กลเม็ดการใช้คำกริยา vi + to-inf และ vt + to-inf แบบสำเร็จรูป
ในเชิงปฏิบัติ


    ในเชิงปฏิบัติหรือในการใช้จริง การใช้คำกริยา vi + to-inf และคำกริยา vt + to-inf แบบสำเร็จรูปจะไม่มีความแตกต่างกัน เพราะมีรูป ‘คำกริยา + to-inf’ เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงสามารท่องจำคำกริยาเหล่านี้รวมๆกันไปหรือปะปนกันไปทั้งข้อ 2 และข้อ 3 ได้

    และ สมมติว่าเราท่องจำได้ว่าคำกริยา learn ใช้กับ to-infinitive ได้แล้ว แต่เราเกิด
จำไม่ได้ว่า learn + to-inf นี้คำกริยา learn เป็น vi เป็น vt กันแน่ ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการใช้แต่ประการใดไม่ เพราะ learn + to-inf นี้มีความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ใน
ตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะเรียก learn ในกรณีนี้ว่าเป็น vi หรือ vt ก็ตาม

    อีกประการหนึ่งก็คือ หน้าที่ในการระบุว่า learn ในกรณีนี้เป็นคำกริยา vi หรือ vt เป็น
หน้าที่ของนักภาษาศาสตร์ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใช้ สำหรับผู้ใช้แล้ว แค่รู้ว่ามีคำกริยาใดบ้าง
ที่ถูกกำหนดมาให้ใช้กับ to-infinitive ได้ ก็สุดยอดแล้วครับ

4. คำกริยา vt + object + to-inf 
คำกริยา vt + object + to-inf ก็คือ คำกริยา vt ที่ได้รับการกำหนดมาให้เราสามารถ
วาง to-inf ไว้ท้ายกรรมของคำกริยา vt นั้นๆได้ และ to-inf ก็จะขยายความกรรมนั้นๆไป
โดยอัตโนมัติได้
 เช่น

    –He expects her to marry him.
      เขาคาดหวังให้เจ้าหล่อนแต่งงานกับเขา
    ในประโยคนี้ to marry him จะขยายความ her ซึ่งเป็นกรรมของคำกริยา expect โดยอัตโนมัติ

    คำกริยา vt + object ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้ to-inf ขยายความ object ได้ มีดังต่อไปนี้
–allow sb to do sth = อนุญาตให้บางคนทำบางสิ่ง
–ask sb to do sth = ขอให้บางคนทำบางสิ่งให้
–dare sb to do sth = ท้าทายบางคนให้ทำบางสิ่ง
–expect sb to do sth = คาดหวังว่าบางคนจะทำบางสิ่ง
–get sb to do sth = ขอให้บางคนทำบางสิ่ง
–hate sb to be/to do sth = ไม่อยาก/ไม่ชอบให้บางคนเป็น/ทำบางสิ่ง
–help sb to do sth = ช่วยบางคนทำบางสิ่ง
–invite sb to do sth = ขอให้บางคนไปร่วมกิจกรรมบางอย่าง

    –leave sb to do sth = ปล่อยให้บางคนทำบางสิ่งตามลำพัง
–like sb to do sth = ชอบให้บางคนทำบางสิ่ง
–love sb to do sth = อยากจะให้บางคนทำบางสิ่งให้เป็นพิเศษ
–need sb to do sth = จำเป็นต้องให้บางคนทำบางสิ่ง
–want sb to do sth = ต้องการให้บางคนทำบางสิ่ง
–pay sb to do sth = จ้างบางคนให้ทำบางสิ่ง
–prefer sb to do sth = ชอบให้บางคนทำบางสิ่ง
–send sb to do sth = ส่งบางคนไปทำบางสิ่ง
–tell sb to do sth = สั่งให้บางคนทำบางสิ่ง
–teach sb to do sth = สอนบางคนให้ทำบางสิ่ง

    –take sth to do sth = ใช้เวลา/เงินทองเพื่อทำบางสิ่ง
–use sth to do sth = ใช้บางสิ่งเป็นสื่อกลางเพื่อทำบางสิ่ง
–wish sb to do sth = ปรารถนาให้บางคนทำบางสิ่ง
–remind sb to do sth = เตือนความจำบางคนให้ทำบางสิ่ง
   –warn sb to do sth = เตือนบางคนให้ทำบางสิ่ง/ไม่ให้ทำบางสิ่งเพราะจะมี
                                         อันตรายหรือไม่เหมาะสม

      –The police warn drivers to drive 80 kilometres an hour at maximum         speed.
       ตำรวจเตือนผู้ขับขี่ให้ขับรถที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นอย่างมาก
     –Mom warned me not to expose my personal items on the internet.         And I’m going to do what my mom said.
       แม่เตือนฉันไม่ให้เปิดเผยของสงวนในโลกอินเตอะร์เน็ท และฉันก็ตั้งใจจะทำในสิ่งที่แม่ได้เตือนไว้
    ตามหลักการ คำกริยา vt + object ที่ได้รับการกำหนดมาให้ใช้ to-inf ขยายความ object ได้นี้ เราไม่สามารถสร้างขึ้นใช้เองได้ ต้องใช้ไปตามที่
นักภาษาศาสตร์กำหนดมานี้เท่านั้น

    ดังนั้น ถ้าท่านผู้อ่านพยายามท่องจำ คำกริยา vt + object + to-inf
แบบสำเร็จรูปเหล่านี้ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เราก็จะใช้คำกริยา vt
+ object + to-inf ได้ถูกต้องในแบบที่เจ้าของภาษาใช้
วิธีท่องจำ
     วิธีท่องจำก็คือ ให้นำ ‘คำกริยา vt + object + to-inf’ ข้างต้นมาสร้างประโยค
ประจำตัวของท่านผู้อ่านขึ้นมา โดยสร้างจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของท่านผู้อ่านเอง
     เช่น ท่านผู้อ่านมักปล่อยให้สุนัขของตัวเองออกไปเที่ยวนอกบ้าน ‘allow sb to do
sth’ ของท่านผู้อ่านก็จะอยู่ในรูปประโยคประจำตัวดังต่อไปนี้ ‘I allow my dog to go out’ เป็นต้น
     แล้วท่านผู้อ่านก็จะจดจำ ‘คำกริยา vt + object + to-inf’ ข้างต้นได้อย่างแม่นยำ
แทบจะทุกคำไป และพร้อมที่จะนำออกมาใช้ได้ทุกเมื่อโดยไม่ติดขัด

ข้อควรทราบ

     คำกริยา + to-infinitive แบบสำเร็จรูปที่ผู้เขียนกล่าวมาในข้อ 2, 3 และ 4 นั้น เป็น
คำกริยา + to-infinitive ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและใช้ไม่บ่อย แต่ยังมีคำกริยา + to-infinitive แบบสำเร็จรูปอยู่อีกจำนวนหนึ่ง แต่เป็นคำกริยาที่ใช้น้อยมากในชีวิตประจำวัน ผู้เขียนจึงไม่ขอกล่าวถึง เพราะจะเป็นภาระในการท่องจำของท่านผู้อ่านมากจนเกินไป

Infinitive without ‘to’ แบบสำเร็จรูป
    การใช้ infinitive without ‘to’ จะมีอยู่แบบเดียว คือแบบสำเร็จรูปเท่านั้น
    Infinitive without ‘to’ หรือ inf ได้รับการกำหนดให้ใช้ได้ 2 รูปแบบดังต่อไปนี้
1. ใช้ inf กับ help, make และคำกริยาเกี่ยวกับประสาท
  สัมผัส
    การใช้ infinitive without ‘to’ หรือ inf กับ help, และ make และคำกริยาเกี่ยวกับ
ประสาทสัมผัส จะใช้ในกระสวนนี้เท่านั้น นั่นคือ ‘คำกริยา vt + object + inf’ และ inf จะทำหน้าที่ขยายความกรรมของคำกริยา vt
   
    Help, และ make และคำกริยาเกี่ยวกับประสาทสัมผัสที่ใช้  inf มาขยายความกรรม
ได้ ได้แก่คำกริยาดังต่อไปนี้

    –feel sth do sth = รู้สึกได้ว่าบางสิ่งเกิดขึ้น

    –hear sb do sth = ได้ยินบางคนทำบางสิ่ง
–help sb do sth = ช่วยบางคนทำบางสิ่ง

    
–know sb do sth = รู้ว่าบางคนทำบางสิ่ง

    
–make sb/sth do sth = ทำให้บางคนทำบางสิ่ง;

                                             ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น

    
–see sb do sth = เห็นบางคนทำบางสิ่ง

    
–watch sb do sth = เฝ้าดูบางคนทำบางสิ่ง
    ‘คำกริยา vt + object + inf’ นี้เราต้องใช้ไปตามที่นักภาษาศาสตร์
กำหนดมาให้เราใช้ โดยไม่สามารถสร้างขึ้นมาใช้เองได้

    และคำกริยา vt + object + inf ก็มีใช้อยู่ทั้งหมดประมาณ 7 คำข้างต้น
นี้เท่านั้น
    อย่างไรก็ตาม ยังมีคำกริยา let และ verb to have อยู่อีก 2 คำ ซึ่งใช้
กับ inf ได้ ซึ่งจะได้กล่าวถึงในหัวข้อถัดไป ยกเว้น verb to have ที่ผู้เขียน
ได้แยกไปเขียนไว้เป็นอีกบทความหนึ่ง เพราะมีเนื้อหาค่อนข้างมาก
2. การใช้ let กับ inf

    เราใช้ let กับ infinitive without ‘to’ ได้ดังต่อไปนี้
    2.1 ใช้ let’s หรือ let us กับ inf เพื่อแสดง ‘การแนะนำหรือเสนอ
แนะให้ทำบางสิ่ง’
 เช่น

          –Let’s go.

          –Let’s go out and have a lunch.

    2.2 ใช้ let go ในความหมายว่า ‘ปล่อย’ เช่น

          –Let go! You’re tearing my doll.
               ปล่อยนะ! เธอกำลังจะทำให้ตุ๊กตาของฉันฉีกขาด

          –Be careful. Don’t let go of the wheel.
               ระวังหน่อย อย่าปล่อยมือจากพวงมาลัยนะ

          –Don't let go. (Gravity)
               อย่าปล่อยมือ
    2.3 ใช้ let sb/sth do sth ในความหมายว่า ‘อนุญาตให้บางคนทำ
บางสิ่ง’ หรือ ‘อนุญาตให้บางสิ่งเกิดขึ้น’
 เช่น

          –I will let you do that.

          –Who let this happen?



    ขอให้ท่านผู้อ่านอ่านทบทวนการใช้ to-infinitive และ ‘infinitive without ‘to’ แบบสำเร็จรูปหลายๆเที่ยว แล้วหลักการใช้ต่างๆก็จะซึม
ซับอยู่ในหัวสมองของเรา และทำให้เราสามารถนำมาใช้ได้โดยอัตโนมัติ จนเจ้าของภาษาต้องทึ่งไปทีเดียว